สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา :: โรงเรียนนครสวรรค์
สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา :: โรงเรียนนครสวรรค์
 กลับสู่เว็บ www.vimanloy.com
  หน้าหลัก e-Learning รายวิชา พ 43102
  คำอธิบายรายวิชา
  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
  การวัดและการประเมิน
  ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้
  กำหนดการสอน
  บทที่ 1
  บทที่ 2
  บทที่ 3
  บทที่ 4
  บทที่ 5
  บทที่ 6
  บทที่ 7
  บทที่ 8
  อ้างอิง
Untitled Document
รหัสวิชา พ43102 รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
 

Untitled Document
บทที่ 4 หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13
    
4.2 หลักในการเลือกกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายและทางจิต
               การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายและทางจิตใจโดยการใช้กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การออกกำลังกายหรือการเข้าร่วมในกิจกรรมกีฬา เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรงประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมบางชนิดอาจมีประโยชน์สำหรับคนคนหนึ่ง แต่อาจส่งผลเสียสำหรับคนอีกคนก็ได้ เช่น การออกกำลังกายจะให้ผลดีกับคนทั่ว ๆ ไป แต่การที่มีอาการของโรคหัวใจบางชนิด ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกกิจกรรมที่นำมาใช้สร้างสมรรถภาพทางกายและทางจิต ควรพิจารณาให้เหมาะสมจากหลักทั่ว ๆ ไป ดังนี้
              
4.2.1 หลักในการเลือกกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย
                ในการเลือกกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรคำนึงถึงหลักการและแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้
                1. การเลือกรูปแบบกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายควรยึดแนวคิดที่ว่า “การฝึกที่ถูกต้องจะช่วยให้การปฏิบัติกิจกรรมสามารถกระทำได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้รับผลประโยชน์สูงสุด”
                2. ความแตกต่างระหว่างเพศ เพศหญิงและเพศชายมีความแตกต่างกันตามธรรมชาติ ทั้งในด้านการเจริญเติบโต รูปร่าง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความคล่องแคล่วว่องไว ดังนั้น ในการเลือกกิจกรรมที่นำมาใช้ในการฝึกต้องให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของความแตกต่างทางเพศด้วย
                3. วัย ในแต่ละช่วงวัยมีความเหมาะสมกับรูปแบบของกิจกรรมที่แตกต่างกัน เช่น ช่วงวัยเด็กควรมีช่วงของการสร้างเสริมระบบการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ให้มีประสิทธิภาพเป็นเบื้องต้น ก่อนที่จะเน้นการฝึกเพื่อให้มีสมรรถภาพทางกายขององค์ประกอบในด้านความแข็งแรงและอดทนต่อไป
                4. สภาพร่างกาย จิตใจและอารมณ์ สภาพร่างกายของแต่ละคนทีความเหมาะสมกับกิจกรรมต่างกัน แม้ในคน ๆ เดียวกัน ในแต่ละช่วงเวลาก็อาจแตกต่างกันได้ บางช่วงเวลาหากฝึกซ้อมเบาเกินไปก็ได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย หรือบางช่วงเวลาการฝึกซ้อมที่หนักเกินไปก็ไม่ได้ผล และยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรมีความพร้อมทางด้านจิตใจและอารมณ์ โดยทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง อารมณ์ดี มีความสุขกับการปฏิบัติกิจกรรม
                5. ความปลอดภัย ไม่ว่าจะเลือกกิจกรรมใดๆ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่ปฏิบัติในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุได้
                6. เวลาในการปฏิบัติกิจกรรมควรมีความเหมาะสม กิจกรรมที่จะนำมาใช้ฝึกควรคำนึงถึงเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการปฏิบัติกิจกรรมนั้น ๆ ไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป หากมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเมื่อยล้า จนอาจเกิดผลเสียได้ และหากน้อย(เบา) เกินไป ก็อาจไม่เกิดผลในแง่ของการออกกำลังกาย
                7. ความสนใจและความถนัด การเลือกกิจกรรมที่ตนเองมีความสนใจ และมีความถนัดจะทำให้ผู้เลือกเกิดความพึงพอใจ สนุกสนาน มีความมั่นใจ และประสบความสำเร็จในการปฏิบัติกิจกรรมนั้น ๆ เป็นอย่างดี
                8. ควรเลือกปฏิบัติกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ หมุนเวียนกันไป เพราะแต่ละกิจกรรมจะให้ประโยชน์แตกต่างกันออกไป เช่น กิจกรรมเพื่อบริหารให้เกิดความแข็งแรงในส่วนของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่อ่อนแอ หรืออาจเลือกกิจกรรมที่มีรูปแบบที่นำมาใช้เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ เป็นต้น
                9. กิจกรรมที่เลือกนำมาใช้ปฏิบัติ ควรเริ่มจากกิจกรรมที่ออกแรงเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มปริมาณหรือเพิ่มระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติขึ้นเรื่อย ๆ จะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
               4.2.2 หลักในการเลือกกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิต
               การสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิตที่ช่วยให้มีสุขภาพดี ต้องปฏิบัติควบคู่ไปกับการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย สำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพจิตที่ดีควรเริ่มจากการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย และควรจะสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ต่าง ๆ เช่น ความโกรธ ความเกลียด ความวิตกกังวล มีความเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้มองโลกในแง่ดี สามารถเผชิญปัญหาทุกอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเองได้
               การเลือกกิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิต ควรคำนึงถึงหลักการและแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้
               1. สภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ในเรื่องนี้ผู้ปฏิบัติควรคำนึงว่า ร่างกายกับจิตใจมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการควบคู่กันมาตลอด ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายส่งผลให้การสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการมีอารมณ์แจ่มใสและมั่นคง พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม จึงควรเลือกกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับเพศ วัย ความพร้อมของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์เพื่อให้กิจกรรมนั้น ๆ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
               2. ความสนใจ การเลือกกิจกรรมที่ตนเองมีความสนใจ จะทำให้เกิดความพึงพอใจ สนุกสนาน มีความมั่นใจ และได้รับประโยชน์สูงสุดจากกิจกรรมนั้น ๆ
               3. สถานที่ การสร้างเสริมสมรรถภาพทางจิต เป็นการฝึกจิตให้สงบนิ่ง จึงควรจัดสถานที่ให้ถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสภาพสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่เหมาะสม เช่น ไม่มีเหตุรำคาญหรือสิ่งรบกวน เช่น เสียง แสง กลิ่น ควัน เป็นต้น
               4. เวลาและโอกาส ช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการประกอบภารกิจในชีวิตประจำวันของคนเรามีความแตกต่างกัน การรู้จักเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับเวลาและโอกาสของตนจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการนำมาใช้เป็นหลักการเลือกกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมสมรรถภาพ
               5. ความสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายหรือทางจิต ควรมีการเลือกปฏิบัติในระยะเวลาที่เหมาะสม และมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ จะส่งผลให้ความมีสมรรถภาพทางจิตมีความยั่งยืนและเกิดผลดีต่อบุคคล



Untitled Document
บทที่ 4 หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13
    
 
สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา :: โรงเรียนนครสวรรค์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนนครสวรรค์

173 ถ.ศรีมาตุลี ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000 โทร 056-221151-151